หุ้นเทคโนโลยีกลุ่ม Magnificent Seven ประกอบด้วย Nvidia, Microsoft, Amazon, Meta, Apple, Alphabet และ Tesla มีผลงานต่ำกว่าตลาดในปีนี้ โดยทั้งกลุ่มปรับตัวลงเฉลี่ย 3.1% นับจนถึงปิดตลาดวันศุกร์ ขณะที่ S&P 500 ปรับตัวขึ้นประมาณ 8.7% ในช่วงเวลาเดียวกัน การปรับตัวลงนี้บ่งชี้ว่านักลงทุนเริ่มตั้งคำถามถึงความสามารถในการทำกำไรของการลงทุนด้าน AI และกำลังโยกย้ายเงินทุนออกจากบริษัทที่ใช้จ่ายด้าน AI ไปสู่ผู้จัดหาอุปกรณ์ เช่น Micron Technology และ Intel ผู้สังเกตการณ์ตลาดตั้งชื่อกลุ่มที่เคยโดดเด่นนี้ว่า 'Lag 7' ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญจากผลงานในปี 2023 ที่หุ้นกลุ่มนี้ปรับตัวขึ้นเฉลี่ยกว่า 110% หลังการเปิดตัว ChatGPT ในช่วงปลายปี 2022
หุ้นกลุ่ม Magnificent Seven ปรับตัวลงเฉลี่ย 3.1% ในปีนี้จนถึงปิดตลาดวันศุกร์ ตามข้อมูลต้นทาง ซึ่งแตกต่างอย่างมากจาก S&P 500 ที่ปรับตัวขึ้นประมาณ 8.7% ในช่วงเวลาเดียวกัน
Microsoft ปรับตัวลง 18.1% ในเดือนมิถุนายน ทำให้บริษัทอยู่ในเส้นทางที่จะบันทึกการปรับตัวลงรายเดือนแย่ที่สุดนับตั้งแต่ปลายปี 2000 Meta ร่วงลง 11% ในเดือนมิถุนายนจนถึงปิดตลาดวันจันทร์ Amazon ลดลง 11.2% ขณะที่ Apple ลดลง 9.7% ในช่วงเวลาเดียวกัน
Apple และ Microsoft ประกาศขึ้นราคาสินค้าทั้งคู่จากต้นทุนชิปหน่วยความจำที่พุ่งสูงขึ้น ราคาชิปหน่วยความจำเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรงอันเป็นผลจากความต้องการจากศูนย์ข้อมูล AI ต้นทุน AI ที่เพิ่มสูงขึ้นส่งผลให้บริษัทเทคโนโลยีอื่นๆ เช่น Alphabet ระดมทุนเพิ่มอีกหลายพันล้านดอลลาร์ ซึ่งอาจทำให้มูลค่าของผู้ถือหุ้นปัจจุบันลดลง นักวิเคราะห์จาก UBS Global Wealth Management เขียนว่า "เดือนนี้ชี้ให้เห็นถึงแรงกดดันจากผู้ถือหุ้นที่เพิ่มขึ้นในการพิสูจน์ความคุ้มค่าของการใช้จ่ายด้าน AI ของบริษัท"
ผู้ผลิตชิปอย่าง Broadcom และ Micron ซึ่งทั้งคู่เกี่ยวข้องกับกระแส AI กำลังพุ่งสูงขึ้นแม้ Magnificent Seven จะตามหลังอยู่ นักลงทุนกำลังโยกย้ายเงินออกจากผู้ที่ใช้จ่ายด้าน AI ไปสู่ผู้ที่จัดหาอุปกรณ์ เช่น Micron Technology และ Intel
ชื่อเล่น Magnificent Seven กลายเป็นที่เกี่ยวข้องอย่างมากกับผู้ชนะรายใหญ่ของตลาดในช่วงแรกของกระแส AI ในช่วงปลายปี 2022 ChatGPT ถูกปล่อยออกมาและความคลั่งไคล้ AI ที่ตามมาช่วยยุติตลาดหมีที่เกิดจากการระบาดของเงินเฟ้อและการขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ บริษัทยักษ์ใหญ่เจ็ดแห่ง ได้แก่ Apple, Alphabet, Amazon, Nvidia, Microsoft, Meta และ Tesla มีผลตอบแทนเฉลี่ยกว่า 110% ในปี 2023 ทำให้พวกเขาได้รับฉายานี้
Magnificent Seven มีผลงานอย่างไรในปีนี้ หุ้นกลุ่ม Magnificent Seven ปรับตัวลงเฉลี่ย 3.1% ในปีนี้จนถึงปิดตลาดวันศุกร์ ขณะที่ S&P 500 ปรับตัวขึ้นประมาณ 8.7% ในช่วงเวลาเดียวกัน
เหตุใด Microsoft จึงปรับตัวลง 18.1% ในเดือนมิถุนายน Microsoft ปรับตัวลง 18.1% ในเดือนมิถุนายน ซึ่งอยู่ในเส้นทางที่จะเป็นการปรับตัวลงรายเดือนแย่ที่สุดนับตั้งแต่ปลายปี 2000 นักวิเคราะห์จาก UBS Global Wealth Management ระบุว่า "เดือนนี้ชี้ให้เห็นถึงแรงกดดันจากผู้ถือหุ้นที่เพิ่มขึ้นในการพิสูจน์ความคุ้มค่าของการใช้จ่ายด้าน AI ของบริษัท" ซึ่งบ่งชี้ว่าความกังวลของนักลงทุนเกี่ยวกับความสามารถในการทำกำไรของการลงทุนด้าน AI ส่งผลให้เกิดการปรับตัวลง
ผู้จัดหาชิปตัวใดบ้างที่ได้ประโยชน์ในขณะที่ Magnificent Seven ปรับตัวลง ผู้ผลิตชิปอย่าง Broadcom และ Micron ซึ่งทั้งคู่เกี่ยวข้องกับกระแส AI กำลังพุ่งสูงขึ้นแม้ Magnificent Seven จะตามหลังอยู่ เนื่องจากนักลงทุนโยกย้ายไปยังผู้จัดหาอุปกรณ์มากกว่าผู้ที่ใช้จ่ายด้าน AI
news.related.news
ดัชนีดาวโจนส์และแนสแด็กของตลาดหุ้นสหรัฐฯ มีการ 'แยกตัว' ที่หาได้ยาก สถิติ 54 ปีชี้ว่าความน่าจะเป็นของตลาดหมีใกล้ 70%
S&P 500, Nasdaq บันทึกไตรมาสที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี 2020 ท่ามกลางการฟื้นตัวของเทคโนโลยี
Verizon, AT&T, T-Mobile หุ้นร่วง ขณะที่ SpaceX Starlink เล็งตลาดมือถือ
อัลฟาเบทเข้าร่วมดัชนีดาวโจนส์พร้อมราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 4% ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับการลงทุนใน AI
หุ้น GOOGL ร่วง 11.2% ในเดือนมิถุนายน ขณะที่นักวิเคราะห์มองเห็น upside 28%