Akamai กำลังพยายามระดมทุน 2.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ผ่านการออกพันธบัตรแปลงสภาพแบบไม่มียอมจ่ายดอกเบี้ย (zero-coupon) 2 ช่วง โดยครบกำหนดในปี 2030 และ 2032 เพื่อนำไปใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานคลาวด์ โดยคาดว่าจะมีการกำหนดราคา หลังตลาดนิวยอร์กปิดทำการในวันที่ 19 พฤษภาคม ข้อเสนอครั้งนี้เชื่อมโยงกับดีลด้านคอมพิวติ้งมูลค่า 1.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ กับ Anthropic ซึ่งนับเป็นสัญญาที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ของ Akamai บริษัทจะนำ 350 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไปซื้อคืนหุ้นสามัญจากผู้ซื้อพันธบัตร และใช้ส่วนที่เหลือสำหรับต้นทุนการป้องกันความเสี่ยง (hedging) ค่าใช้จ่ายลงทุนสำหรับธุรกิจ Cloud Infrastructure Services และการขยายเครือข่ายทั่วโลก
## Bond Terms and Financial Structure
พันธบัตรแปลงสภาพดังกล่าวมีส่วนต่างราคาระหว่างราคาแปลงสภาพ (conversion premiums) อยู่ที่ 37.5% ถึง 42.5% สำหรับโน้ตปี 2030 และ 30% ถึง 35% สำหรับโน้ตปี 2032 แรงส่งจากการประกาศทำให้หุ้น Akamai ดีดขึ้น 27% ในเซสชันการซื้อขายเพียงวันเดียว ซึ่งถือเป็นการกระโดดขึ้นวันเดียวที่ใหญ่ที่สุดในรอบมากกว่าสองทศวรรษ
## Anthropic Deal and AI Infrastructure Demand
รายได้ประจำปีและการใช้งานของ Anthropic เพิ่มขึ้น 80 เท่าในไตรมาสแรกของปี 2026 ตามคำกล่าวของ Dario Amodei ซีอีโอของ Anthropic การเติบโตนี้ผลักดันความต้องการกำลังประมวลผลเพิ่มเติม จึงนำไปสู่การลงทุนด้านโครงสร้างพื้นฐาน
## Broader Market Shift in Cloud Infrastructure
ข้อตกลงกับ Anthropic สะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในวงกว้างต่อวิธีที่บริษัทด้าน AI ปรับใช้เวิร์กโหลด หากไม่พึ่งพาผู้ให้บริการคลาวด์รายเดียว บริษัทจำนวนมากจะกระจายเวิร์กโหลดไปยังผู้ให้บริการหลายราย รวมถึง Google และ SpaceX แนวโน้มนี้สนับสนุนการเข้าซื้อกิจการ Linode ของ Akamai ในปี 2022 ซึ่งเป็นผู้ให้บริการคลาวด์ ด้วยเงินสดราว 900 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ที่ช่วยขยายธุรกิจคลาวด์ของบริษัท และทำให้แพลตฟอร์มมีการกระจายมากขึ้น
ความต้องการโครงสร้างพื้นฐานสำหรับการประมวลผลที่ขอบ (edge computing) ไม่ได้จำกัดแค่ Akamai เท่านั้น Fastly ซึ่งเป็นบริษัทด้านการประมวลผลบนคลาวด์ที่เน้นบริการแบบ edge รายงานว่า รายได้จากการประมวลผลเพิ่มขึ้น 67% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า เนื่องจากความต้องการจาก AI ทำให้เวิร์กโหลดฝั่ง edge เพิ่มสูงขึ้น