นายธนาคารคนหนึ่งแชร์ประสบการณ์ของลูกค้าที่เสียเงินจาก Bitcoin จนทนไม่ไหววิ่งเข้ามาร้องไห้ในธนาคารบน Dcard
(เรื่องราวก่อนหน้า: Bitcoin กลับมาที่ 7 หมื่น! กลยุทธ์เล็กๆ พุ่งขึ้น 26%, Michael Saylor โบกมือลาช่วงขาลงและตะโกนว่า “LFG”)
(ข้อมูลเสริม: Bithumb เกิดความผิดพลาดระดับนิวเคลียร์ “โอน Bitcoin จำนวน 62,000 เหรียญ” ให้ลูกค้า! โชคดีที่กู้คืนได้ 99.7%)
คุณคิดว่าสิ่งที่พนักงานธนาคารทำในแต่ละวันคืออะไร? นับเงิน ทำรายการฝาก-ถอน ยิ้มให้ลูกค้า… แต่ไม่คิดเลยว่าในปี 2026 นี้ ยังต้องพัฒนาเป็น “นักให้คำปรึกษาทางจิตวิทยาให้กับผู้เสียหายจากคริปโตเคอร์เรนซี” แล้ว
เมื่อเร็วๆ นี้ กระทู้ในหมวดการเงินของ Dcard ซึ่งเป็นคำขอความช่วยเหลือจากพนักงานธนาคาร ได้กลายเป็นประเด็นพูดคุยในชุมชน เนื้อหาไม่ยาว แต่บรรยายได้ตรงจุดถึงภาพของนักเทรดรายย่อยที่เสียเงินจากการเทรด ต้องการหาใครสักคนเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมและระบายอารมณ์ ถึงแม้ในเชิงตรรกะจะไม่สมเหตุสมผล แต่ในด้านอารมณ์ก็เข้าใจได้
นี่คือเนื้อหาต้นฉบับ
ที่มา: DCard
วันนี้เจอเหตุการณ์สุดแปลก
มีคุณป้าคนหนึ่งวิ่งเข้ามาที่เคาน์เตอร์ แล้วร้องไห้ต่อหน้า ผมบอกว่า Bitcoin ของเธอขาดทุนหมดแล้ว
ถามว่าช่วยเอาเงินคืนได้ไหม
น้องผมเป็นแค่พนักงานธนาคาร ไม่ใช่แฮกเกอร์หรือเทพเจ้า (สิ้นหวัง)
เธอบอกว่าเมื่อปีที่แล้วดูข่าวว่า Bitcoin จะขึ้น ก็เลยนำเงินบำนาญ 2 ล้านไปลงทุนทั้งหมด ผลปรากฏตอนนี้เหลือแค่ 1.2 ล้าน
ผมก็สุดจะทน ใครล่ะที่บอกให้เอาทั้งชีวิตไปเสี่ยงทั้งหมด
และเธอซื้อในตลาดแลกเปลี่ยน ซึ่งเราไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเลย จะช่วยยังไงได้—
ยังมีลูกค้ารอคิวอีกเพียบ เธอร้องไห้อยู่ตรงนั้น ทำให้บรรยากาศทั้งสาขาอึดอัดมาก
ผู้จัดการมาช่วยจัดการ คุยกันครึ่งชั่วโมงก็ปลอบใจได้
แต่บ่ายวันนั้นก็มีอีกคนหนึ่งมาหา บอกว่าบัญชีถูกระงับโดยตลาดแลกเปลี่ยน เงินไม่สามารถถอนออกได้ ถามว่าตำรวจแจ้งความได้ไหม
พี่ชาย นั่นเป็นปัญหาของคุณเอง อย่ามาทำให้พนักงานลำบากใจได้ไหม (แตกตื่น)
ช่วงนี้ลูกค้าแบบนี้เยอะมาก คนลงทุนแล้วขาดทุนก็มาโวยในธนาคาร
ขอร้องเถอะ ก่อนลงทุนควรศึกษาข้อมูล อย่าให้ขาดทุนแล้วมาว่าแต่คนอื่น
ผมแค่ต้องการทำงานอย่างสงบ ไม่อยากเป็นกระสอบทราย—
ในโพสต์นี้ หลายคนมองว่าการวิ่งมาร้องไห้ที่เคาน์เตอร์เป็นการ “ผิดเป้าหมาย” และบางคนก็ว่าเป็นการทำตัวไร้เหตุผล
นักเทรดในวงการคริปโต/หุ้นหลายคนตอบด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะรู้มากว่า: การลดลง 40%-50% ในวงการคริปโตไม่ใช่เรื่องใหญ่, “กลัวของจริงอะไร”, “ในวงการคริปโตที่ผ่านมา ต้องลดครึ่งหนึ่งถึงจะเรียกว่าตก”, ยังมีคนบอกว่าตัวเอง “ช่วง Nasdaq ร่วง 6 เดือนก็ไม่เคยร้องไห้” เพื่อดูถูกว่าคุณป้าคนนี้รับมือความกดดันต่ำเกินไป
ยังมีคนพูดคำคลาสสิกว่า: “คนเราไม่สามารถหาเงินเกินกว่าความรู้ความเข้าใจได้” ชี้ให้เห็นว่าพวกนักเทรดที่ตามข่าวและไม่ศึกษาก่อนลงทุนแบบ all-in อยู่ในจุดเสี่ยงที่สุด นอกจากนี้ยังมีคนกล่าวว่า: “ตอนทำกำไรไม่แบ่งให้ใคร, แต่ตอนขาดทุนก็ร้องไห้” ซึ่งเป็นนิสัยของนักเทรดรายย่อยที่มักจะจำแต่คนแนะนำให้ทำกำไร แต่ไม่รับผิดชอบตัวเอง
โดยรวมแล้ว คำสอนแรกของการลงทุนคือไม่ใช่ว่าจะรวยอย่างไร แต่ต้องรู้ว่าเงินของคุณอยู่ในมือใคร มีความเสี่ยงอะไรบ้าง คนที่ไม่เข้าใจตรงนี้ ก็จะต้องเจอความผันผวนในตลาดและตามทันไม่ทันในที่สุด