Trang này có thể chứa nội dung của bên thứ ba, được cung cấp chỉ nhằm mục đích thông tin (không phải là tuyên bố/bảo đảm) và không được coi là sự chứng thực cho quan điểm của Gate hoặc là lời khuyên về tài chính hoặc chuyên môn. Xem Tuyên bố từ chối trách nhiệm để biết chi tiết.
Lạm phát nguyên nhân và tác động: Nhà đầu tư cần biết bao nhiêu điều
ทำไมราคาสินค้าถึงแพงขึ้นเรื่อย ๆ?
สถานการณ์คุณ้อย A วิ่งไปตลาดเช้านี้ ไข่ไก่ที่เคยซื้อราคา 4.45 บาท/ฟอง ปัจจุบันกลายเป็น 3.9 บาท/ฟอง ดูเหมือนลดลง แต่ว่าเนื้อสุกรเพิ่มจาก 137.5 บาท/กก. เป็น 205 บาท/กก. แล้วลดมาเหลือ 133.31 บาท/กก. ก๊าซหุงต้มเกือบสามเท่า จากเดิม 318 บาท/ถัง ขึ้นไปถึง 423 บาท/ถัง นี่คือสัญญาณของ เงินเฟ้อ - ภาวะเศรษฐกิจที่ระดับราคาสินค้าและบริการเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
ถ้าจากมุมมองการเงิน เงินเฟ้อหมายความว่า เงินของคุณมีค่าน้อยลง ความสามารถในการซื้อสินค้าชิ้นเดิมต้องใช้เงินมากกว่าเดิม แรกเห็นอาจดูสิ่งที่เลวร้าย แต่เรื่องนี้ซับซ้อนกว่าที่คิด บางคนได้ประโยชน์ บางคนเสียประโยชน์
ใครได้ประโยชน์ใครเสียประโยชน์จากเงินเฟ้อ?
ผู้ได้เปรียบคือ: พ่อค้าผู้ประกอบการ ผู้ถือหุ้นของบริษัทอาหารและพลังงาน นายธนาคาร ลูกหนี้ - พวกนี้สามารถขึ้นราคาสินค้า เพิ่มดอกเบี้ยให้กับลูกหนี้ได้
ผู้เสียเปรียบคือ: พนักงานเงินเดือนประจำ เจ้าหนี้ ผู้ฝากเงินในธนาคาร - เงินเดือนเพิ่มแต่ไม่ทันอัตราเงินเฟ้อ เงินที่ฝากแบนค์ตัวเองเสื่อมค่า
ตัวอย่างชัดเจนคือบริษัท ปตท. ที่ได้กำไรสุทธิ 64,419 ล้านบาท ในครึ่งปีแรก ทะลุเพิ่ม 12.7% เพราะราคาน้ำมันพุ่งสูงจากสงครามรัสเซีย-ยูเครน
แล้วเงินเฟ้อเกิดจากอะไร? 3 สาเหตุสำคัญ
1. ความต้องการสูงกว่าอุปทาน (Demand Pull Inflation)
ผู้บริโภคอยากซื้อของเยอะ แต่โรงงานผลิตไม่ทันตามความต้องการ ผู้ขายจึงขึ้นราคา เหมือนระบบตลาดใหญ่ ๆ หลังจากเศรษฐกิจโลกฟื้นตัวจากโควิด ทุกคนอยากซื้อของ ตู้คอนเทนเนอร์ขนสินค้าขาดแคลน จึงจนถึง “revenge spending”
2. ต้นทุนการผลิตพุ่งขึ้น (Cost Push Inflation)
ราคาน้ำมันดิบ ก๊าซธรรมชาติ เหล็ก ทองแดง สูงขึ้นในตลาดโลก โรงงานต้องใช้เงินมากขึ้น ผลสุดท้ายคือปรับราคาสินค้าให้ผู้บริโภค
3. รัฐบาลพิมพ์เงินมาก (Printing Money Inflation)
ปริมาณเงินหมุนเวียนเยอะเกิน ค่าของเงิน จึงเสื่อมค่า
สำหรับเงินเฟ้อของไทยในปัจจุบัน มาจากปัจจัยรวมกัน - การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก การขยายตัวที่แข็งแกร่งของสหรัฐฯ มาตรการสนับสนุนทางการเงิน การขาดแคลนของอุปทาน และความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์
ข้อมูลจาก IMF ถึงเดือนมกราคม 2567 ประมาณว่าเศรษฐกิจโลกจะเติบโต 3.1% ในปี 2567 และ 3.2% ในปี 2568 ขณะที่อัตราเงินเฟ้อกำลังลดลงเร็วกว่าคาดหวัง
ทำไมต้องห่วง? ผลกระทบเงินเฟ้อต่อคุณและผม
ถ้าคุณเป็นสายรายได้เงินเดือน:
ค่าครองชีพสูงขึ้น บิลไฟบิลน้ำแพง อาหารแพง ขนส่งแพง เงินเดือนเพิ่มแต่เพิ่มน้อยกว่าอัตราเงินเฟ้อ ผลสุดท้ายคืออำนาจซื้อลด ใช้จ่ายได้น้อยลง
ถ้าคุณเป็นผู้ประกอบการ:
สินค้าแพงขึ้น ยอดขายอาจหด ต้นทุนผลิตเพิ่มขึ้น กำไรถูกบีบ บางรายต้องลดการลงทุน ลดจำนวนพนักงาน
ถ้าคุณเป็นประเทศ:
ประชาชนซื้อของน้อยลง ธุรกิจไม่ขยายตัว การพัฒนา GDP ชะลอลง ถ้าอัตราดอกเบี้ยติดลบนานๆ ประชาชนจะเสี่ยงลงทุนในสินทรัพย์เสี่ยงสูง ฟองสบู่ก็พองขึ้นในตลาด
เงินเฟ้อ vs เงินฝืด: ต่างกันอย่างไร?
เงินเฟ้อ = ราคาสินค้าเพิ่มขึ้น เศรษฐกิจขยาย
เงินฝืด = ราคาสินค้าลดลง ความต้องการซื้อน้อย ปริมาณเงินไม่พอ ผู้ผลิตไม่อยากผลิต เศรษฐกิจส่ายเซา
ระดับกำหนดราคา CPI ของไทยในเดือนมกราคม 2567 อยู่ที่ 110.3 เพิ่มขึ้น 0.3% จากเดือนมกราคม 2566 (ปีฐาน 2562 = 100) ลดลง 1.11% เมื่อเทียบปี (Year-over-Year) ครั้งที่ 4 ติดต่อ ต่ำสุดในรอบ 35 เดือน เพราะราคาสินค้าในกลุ่มพลังงานลดลง ผักสดและเนื้อสัตว์ก็ลดจากอุปทานเพิ่ม
ราคาเดือนต่อเดือน (MoM) เพิ่ม 0.02% จากการปรับเพิ่มราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ค่ากระแสไฟฟ้า ค่าโดยสาร แต่หมวดอาหารลด 0.31% จากข้าว ไข่ ผัก ที่มีปริมาณเพิ่มเข้าตลาด
วางแผนการเงินยุคเงินเฟ้อ: ควรทำอะไร?
ลงทุนแบบไหนเมื่อเงินเฟ้อมา?
ฝากเงินดอกเบี้ยสูง - เลือกบัญชีประจำกับธนาคารที่ให้ดอกเบี้ยสูงกว่าเงินฝากธรรมชาติ ต้องฝากครบตามระยะเวลา
อสังหาริมทรัพย์ - ค่าเช่าปรับตามเงินเฟ้อ ไม่ผันผวนตามหุ้น ถ้ามีเงินเยอะ ลงทุนอสังหาเป็นตัวเลือกดี
ตราสารหนี้ - ต้องเลือก Floating Rate Bond หรือ Inflation Linked Bond ที่ดอกเบี้ยปรับตามเงินเฟ้อแต่ละงวด ศึกษาความน่าเชื่อถือของผู้ออกให้ดี
ทองคำ - ราคาทองคำเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับเงินเฟ้อ เงินเฟ้อสูงก็ทองแพง เหมาะสำหรับการเก็งกำไรระยะยาว นักเทรดชอบทำ CFD ในทองคำ เพราะสามารถเก็งกำไรทั้งขาขึ้นและขาลง
หุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากเงินเฟ้อ:
หลีกเลี่ยงเรื่องนี้:
สิ่งที่ต้องทำเพื่อเตรียมตัว
1. ติดตามข่าวสาร - เงินเฟ้อส่งผลต่อฐานะการเงินของทุกคน ติดตามข้อมูลอย่างใกล้ชิด เตรียมความพร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลง
2. วางแผนการซื้อขาย - นำเงินไปลงทุนในสินทรัพย์ที่ให้ผลตอบแทนสูงกว่า เช่น หุ้น กองทุนรวม อสังหาริมทรัพย์
3. เลือกสินทรัพย์ที่มั่นคง - ทองคำมูลค่าในตัว ไม่เสื่อมสภาพตามกาล
4. วางแผนการใช้จ่าย - วางแผนรัดกุมมากขึ้น ลดของไม่จำเป็น
เนื้อหาเดือดร้อนเรื่องเงินฝืด: ตรงข้ามกับเงินเฟ้อ
เงินฝืด เกิดขึ้นเมื่อระดับราคาสินค้าและบริการลดลงอย่างต่อเนื่อง ความต้องการซื้อน้อยลง ปริมาณเงินหมุนเวียนไม่เพียงพอกับความต้องการ ผู้ผลิตจึงไม่อยากผลิตสินค้า ลดกำลังการผลิต เศรษฐกิจจึงซบเซา
หากประเทศไทยเข้าสู่ภาวะ Stagflation (เงินเฟ้อสูง+เศรษฐกิจชะลอ) จะเป็นการผสมระหว่าง ภาวะเงินเฟ้อรุนแรง (Hyper Inflation) กับการว่างงานสูง ประชาชนซื้อของน้อยลง ธุรกิจขายไม่ได้ ปลดพนักงาน อัตราการว่างงานเพิ่ม บริษัทบางแห่งปิดตัวลง การขยายตัว GDP ชะลอ สถานการณ์เศรษฐกิจแย่ลง
ข้อดีข้อเสียของเงินเฟ้อมีดังนี้:
ข้อดี ✅
ข้อเสีย ❌
สรุป: เงินเฟ้อสาเหตุและกลยุทธ์ลงทุน
เงินเฟ้อ เมื่อความต้องการสูง ราคาสินค้าและบริการก็เพิ่มขึ้น อำนาจซื้อของเงินลดลง ระดับราคา CPI เป็นตัววัดหลัก บ้านเมืองต้องดูอัตราเงินเฟ้อเพื่อกำหนดนโยบายเศรษฐกิจและดอกเบี้ย
เงินเฟ้อในระดับที่พอเหมาะ ดีต่อเศรษฐกิจ - เศรษฐกิจเติบโต การจ้างงานเพิ่ม แตกต่างจากเงินฝืด
แต่ถ้าเงินเฟ้อสูงจนเกินไป (Hyper Inflation) ก็กลายเป็นเรื่องเสียหาย - สินค้าแพงจนผู้คน ซื้อไม่ไหว เศรษฐกิจชะลอ ประชาชนตกงาน
นักลงทุนสามารถสร้างกำไร จากการลงทุนในหุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากเงินเฟ้อ เช่น หุ้นธนาคาร หุ้นประกัน หุ้นอาหาร หรือลงทุนในทองคำ อสังหาริมทรัพย์ ตราสารหนี้
ความสำคัญ: ติดตามข่าวสารเศรษฐกิจเสมอ วางแผนการลงทุนอย่างเหมาะสม ลงทุนในสินทรัพย์ที่มั่นคง และวางแผนการใช้จ่ายรัดกุมให้เงินเฟ้อส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพน้อยที่สุด