
ธนาคารประชาชนจีนและหน่วยงานอีก 12 แห่งร่วมประชุมเมื่อวันที่ 28 เพื่อวางแผนมาตรการปราบปรามการเก็งกำไรจากการซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซี การประชุมชี้ให้เห็นว่ากิจกรรมการซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีมีความเสี่ยงในการระดมทุนผิดกฎหมาย การพนัน และกิจกรรมผิดกฎหมายอื่น ๆ ซึ่งส่งผลกระทบต่อระเบียบเศรษฐกิจและการเงินอย่างรุนแรง
หน่วยงานกำกับดูแลได้เรียกร้องให้แต่ละภูมิภาคและหน่วยงานร่วมมือกันพัฒนานโยบายและกฎหมายที่เกี่ยวข้อง เน้นที่การไหลของข้อมูล, การไหลของเงินทุน และส่วนสำคัญอื่น ๆ รวมทั้งเสริมสร้างการแบ่งปันข้อมูลและความสามารถในการตรวจสอบ เพื่อตัดกิจกรรมผิดกฎหมายอย่างเข้มงวด
การดำเนินการครั้งนี้เป็นสัญญาณว่ากำลังเสริมความเข้มงวดในการกำกับดูแลของจีนมากขึ้น นักวิเคราะห์เชื่อว่าการระบุให้ stablecoins และกิจกรรมทางการเงินผิดกฎหมายอื่น ๆ รวมอยู่ในขอบเขตของกิจกรรมการเงินผิดกฎหมาย เป็นการวางรากฐานสำหรับการรวมเข้าในระบบการต่อต้านการฟอกเงิน (AML) และระบบการกำกับดูแลอื่น ๆ นอกจากนี้หน่วยงานกำกับดูแลยังร่วมมือกันสร้างพลังในการควบคุมกิจกรรมในด้านการแพร่กระจายข้อมูลและการเคลื่อนย้ายเงินทุนของคริปโตเคอร์เรนซี
แม้ว่ากรอบนโยบายด้านการกำกับดูแลจะเข้มงวดยิ่งขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซียังคงดำเนินกิจกรรมในตลาดใต้ดิน การดำเนินการนี้มีเป้าหมายเพื่อหยุดยั้งการเก็งกำไร และรักษาความเสถียรของระเบียบเศรษฐกิจและการเงิน อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางรายชี้ให้เห็นว่าการดำเนินการที่เข้มงวดเกินไปอาจทำให้เงินทุนไหลออกนอกประเทศ และส่งผลให้การพัฒนาอุตสาหกรรมช้าลง การสร้างสมดุลระหว่างการป้องกันความเสี่ยงและสนับสนุนความคิดสร้างสรรค์จึงยังต้องการการสำรวจเพิ่มเติมในระดับนโยบาย
รัฐบาลญี่ปุ่นกำลังปรับนโยบายภาษีที่เกี่ยวกับรายได้จากการซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซี โดยวางแผนเก็บภาษีในอัตรา 20% ไม่ว่าจะมูลค่าการซื้อขายเท่าใด เพื่อให้เท่าเทียมกับสินทรัพย์ทางการเงินอื่น ๆ เช่น หุ้น กองทุนลงทุน และอื่น ๆ การดำเนินการนี้มีเป้าหมายเพื่อบรรเทาภาระภาษีของนักลงทุนและกระตุ้นตลาดการซื้อขายในประเทศ
ปัจจุบันญี่ปุ่นใช้วิธีการเก็บภาษีแบบรวมรายได้จากการซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซีร่วมกับรายได้อื่น เช่น ค่าแรง รายได้ธุรกิจ ตามช่วงรายได้ ซึ่งอัตราภาษีสูงสุดอาจสูงถึง 55% อย่างไรก็ตาม แผนใหม่จะใช้วิธีการเก็บภาษีแยกต่างหาก โดยเก็บภาษีในอัตรา 20% เฉพาะรายได้จากการซื้อขายคริปโตเคอร์เรนซี
นักวิเคราะห์เชื่อว่านโยบายใหม่นี้จะช่วยเพิ่มความน่าสนใจในการลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซี และช่วยดึงดูดเงินทุนเข้าสู่อุตสาหกรรมมากขึ้น นอกจากนี้ยังสะท้อนให้เห็นว่ารัฐบาลญี่ปุ่นกำลังค่อย ๆ รวมคริปโตเคอร์เรนซีเข้าในระบบการกำกับดูแล เพื่อสร้างสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการพัฒนา
อย่างไรก็ตาม มีความเห็นว่าการกำหนดภาษีอัตราเดียวอาจไม่สามารถสะท้อนรายได้ที่แท้จริงของนักลงทุนแต่ละรายได้อย่างครบถ้วน และความผันผวนของราคาคริปโตเคอร์เรนซีที่รุนแรงก็เป็นความท้าทายในการคำนวณรายได้ที่ต้องเสียภาษีเช่นกัน ซึ่งอาจทำให้กฎระเบียบในระดับปฏิบัติการต้องเผชิญกับความท้าทายหลายด้าน
ประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศว่าจัดการเลือกตัวแทนประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แล้ว แต่ไม่เปิดเผยชื่อบุคคลที่แน่นอน โดยก่อนหน้านี้มีรายงานว่า เควิน แฮสเซ็ต เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่เป็นที่นิยม
แฮสเซ็ตเคยแสดงความเห็นว่า หากได้รับเลือกเป็นประธานเฟด จะผลักดันนโยบายลดดอกเบี้ยอย่างรุนแรง นักวิเคราะห์มองว่านโยบายนี้จะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาอุตสาหกรรมคริปโตเคอร์เรนซี เพราะการลดดอกเบี้ยส่งเสริมให้เกิดการไหลของเงินทุนเข้าสู่ตลาดสินทรัพย์เสี่ยงและช่วยสนับสนราคาคริปโตเคอร์เรนซี
อย่างไรก็ตาม ยังมีมุมมองว่า คำพูดของแฮสเซ็ตอาจเป็นแค่กลยุทธ์ชั่วคราวเพื่อให้ได้ตำแหน่ง เมื่อได้รับการแต่งตั้งเป็นจริง นโยบายอาจไม่รุนแรงเช่นนั้น เพราะเฟดต้องพิจารณาเรื่องการควบคุมเงินเฟ้อและสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจในสมดุล
นอกจากนี้ เฟดยังมีหน้าที่กำกับดูแล stablecoins ซึ่งแฮสเซ็ตแสดงทัศน openness ต่อการรวม stablecoins เข้าระบบการเงินแบบเดิม แต่ก็อาจเพิ่มความเข้มงวดด้านการกำกับดูแลเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้น
ไม่ว่าจะใครได้รับเลือกเป็นประธานเฟด แนวโน้มทิศทางนโยบายของผู้นั้นจะส่งผลกระทบสำคัญต่อ ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีเป็นอย่างมาก ตลาดจึงให้ความสนใจอย่างใกล้ชิดกับความคืบหน้าการแต่งตั้งบุคคลในตำแหน่งนี้
วันที่ 1 ธันวาคม ตลาดคริปโตเคอร์เรนซีเกิดการปรับฐานอย่างรุนแรง ราคาบิตคอยน์และเหรียญหลักเช่น อีเทอเรียม ร่วงลงเกินกว่า 5% ในช่วงเวลาไม่ถึง 3 ชั่วโมง
ปัจจัยหลักที่ทำให้ราคาดิ่งลงได้แก่ สัญญาณขึ้นดอกเบี้ยจากผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น, ทรัมป์ประกาศว่าตัดสินใจเลือกประธานเฟดแล้ว และนโยบายการคลังแบบ quantitative tightening ของเฟดใกล้สิ้นสุด ซึ่งเป็นข่าวร้ายในตลาด
นักวิเคราะห์ชี้ว่าการคาดการณ์ขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางญี่ปุ่นทำให้สภาพคล่องทั่วโลกตึงตัว ส่งผลให้สินทรัพย์เสี่ยงขายออกมา ส่วนการเลือกประธานเฟดสร้างความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายการเงินในอนาคต และเพิ่มความกลัวในหมู่นักลงทุน
นอกจากนี้ การสิ้นสุดนโยบาย quantitative tightening ของเฟดหมายความว่าในอนาคตงบดุลจะขยายตัวอีกครั้ง ซึ่งอาจกดดันเงินเฟ้อให้สูงขึ้น หากเงินเฟ้อสูงขึ้นเฟดก็อาจต้องขึ้นดอกเบี้ยต่อเนื่อง ทำให้มูลค่าของสินทรัพย์เสี่ยงลดลงไปอีก
อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์บางกลุ่มมองว่าการปรับฐานครั้งนี้เป็นเพียงการปรับตัวทางเทคนิคในระยะกลางและยาว สภาพคล่องในตลาดยังสามารถฟื้นฟูได้ เมื่อภาวะเงินเฟ้อคลี่คลาย ระบบนโยบายการเงินจะผ่อนคลายลงอีกครั้ง ซึ่งในอนาคตราคาเหรียญคริปโตเคอร์เรนซีอาจกลับมาเป็นทางเลือกลงทุนที่น่าสนใจอีกครั้ง
แพลตฟอร์มคริปโตเคอร์เรนซีแบบไม่มีศูนย์กลาง Yearn ถูกโจมตีโดยแฮกเกอร์ ทำให้สูญเสียประมาณ 9 ล้านดอลลาร์ แฮกเกอร์ใช้ช่องโหว่ในสมาร์ทคอนแทรกต์ สร้างเหรียญ yETH ในปริมาณไม่จำกัด แล้วถอนเงินออกจากกองทุนสภาพคล่อง
ทาง Yearn ระบุว่าการโจมตีครั้งนี้เป็นผลมาจากสมาร์ทคอนแทรกต์รุ่นเก่า ซึ่งได้ถูกยกเลิกใช้งานไปแล้ว ส่วนเวอร์ชันใหม่ไม่ได้รับผลกระทบ อย่างไรก็ตาม ราคาของ yETH ก็ร่วงลงอย่างรุนแรง ส่งผลให้ผู้ใช้บางรายได้รับความเสียหาย
นักวิเคราะห์ชี้ว่าการโจมตีครั้งนี้เป็นการเปิดเผยจุดอ่อนของโครงการ DeFi (Decentralized Finance) ซึ่งรวมถึงปัญหาด้านความปลอดภัยของโค้ดสมาร์ทคอนแทรกต์ การจัดการอัปเกรดที่ไม่มีประสิทธิภาพ และความเสี่ยงด้านความปลอดภัยอื่น ๆ ที่อาจทำให้เงินลงทุนของผู้ใช้เสี่ยง
ในขณะเดียวกัน การโจมตีในลักษณะนี้ก็ยังคงพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยแฮกเกอร์ใช้เทคโนโลยีล่าสุดในการสร้างโค้ดโจมตีที่ซับซ้อนและซ่อนเร้น ทำให้ตรวจจับและติดตามได้ยาก ซึ่งเป็นความท้าทายสำคัญสำหรับความปลอดภัยของ DeFi
ผู้เชี่ยวชาญเรียกร้องให้โครงการ DeFi ลงทุนเพิ่มขึ้นด้านการตรวจสอบความปลอดภัยและการป้องกัน พร้อมทั้งให้ความรู้แก่ผู้ใช้ เพื่อเสริมสร้างความตระหนักด้านความเสี่ยง การร่วมมือกันของทั้งโครงการและผู้ใช้เป็นกุญแจสำคัญในการสร้างสภาพแวดล้อม DeFi ที่ปลอดภัยและยั่งยืนในอนาคต