ตามรายงานของ BlockBeats เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน Humanity ระบุว่า การโจมตีไม่ได้เกิดจากช่องโหว่ในสัญญาอัจฉริยะ แต่เกิดจากคีย์ส่วนตัวที่ถูกบุกรุก ซึ่งเป็นผลจากการจัดการคีย์ที่ไม่ปลอดภัย บริษัทชี้ว่า คีย์สำหรับการลงนามในระบบจริงถูกสำรองไว้ไม่ถูกต้องบนเครื่องสำหรับพัฒนาทั่วไป แทนที่จะใช้ฮาร์ดแวร์แบบแยกเฉพาะ ทำให้เกิดความล้มเหลวด้านความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน
Humanity กำลังดำเนินการตรวจสอบเชิงนิติวิทยาศาสตร์ร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านความปลอดภัยจากภายนอก เพื่อหาว่าอุปกรณ์ถูกบุกรุกอย่างไร และไทม์ไลน์ที่แน่นอนของการรั่วไหล พร้อมกันนั้น บริษัทกำลังร่างทางเลือกสำหรับการชดเชยและการกู้คืนกองทุนสำหรับผู้ใช้งานที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงเตรียมแผนอัปเดตสัญญาโทเค็น โดยจะมีรายละเอียดประกาศเมื่อดำเนินการเสร็จสิ้น